Paul Simon นักแต่งเพลงชื่อดังจากทศวรรษที่ 1960’s ร่วมกับ Art Garfunkel ตั้งวงดูโอ ไซมอนแต่งเพลงเนื้อหามาจากเพลงพื้นบ้านทั้งสิ้น ความจริงสาระเนื้อหาดีมาก ไพเราะกินใจ ฟังง่ายทุกเพลง แต่แปลกไม่ค่อยโด่งดังเท่าที่ควร จนกระทั่งโพรดิวเซอร์มือดี Tom Wilson ได้เพิ่มเครื่องดนตรีอิเลคโทรนิคส์ใส่เข้าไปในเพลงเสียงแห่งความเงียบ “Sound of Silence” เท่านั้นแหละครับคู่หูดูโอโด่งดังเป็นพลุ ยิ่งต่อมาในทศวรรษที่ 1980’s ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง รวยเละ เพลงอมตะจากคู่หูคู่นี้ออกมาอีกเพียบ ดังอมตะข้ามทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ เมื่อมีนาคม 2553 นี้ในไทยยังมีการประกวดเลียนเสียงดูโอคู่นี้ในงานไฮไฟโชว์ กรุงเทพฯ ได้ฟังทีไรเป็นต้องเคลิ้มตามทุกที
ประมาณห้าปีที่แล้วผมได้รับเชิญชมคอนเสิร์ตแสดงและบันทึกเสียงสดวงไหมไทย เพลงดีไพเราะมาก อาจารย์ดนู ฮันตระกูลเหมาหมดทั้งโพรดิวซ์ แต่ง เรียบเรียงและคุมวง แขกรับเชิญคืนนั้นได้แก่ ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ปูไม่ใช่ไฮไลท์ของงาน แต่ผมติดใจคำพูดของปู ปูเอ่ยปากชมอาจารย์ดนู บอกยินดีมากที่ได้รับเกียรติจากอาจารย์ร่วมร้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม และกล่าวต่อว่าคนเก่งอย่างอาจารย์ดนูควรจะโด่งดังกว่านี้ ไม่เข้าใจวงการเพลงจริงๆ ประเทศของเราก็แปลกดีนะ เรียกเสียงฮาคนชมได้พอควร นี่คงพูดประชดนักร้องหลายๆค่ายเพลง ไม่รู้ว่าเขาขายอะไรเหมือนกัน
ภาพหน้าปกสุดคลาสสิคของวิทนีย์ ฮุสตัน รวมเพลงครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าตาและลุคดูต่างจากภาพใน The Body Guard มากๆ โพรดิวเซอร์มือฉมัง Clive Davis ที่ไม่เคยเพลาด เป็นอัลบั้มรวมเพลงรางวัลทั้งของ American Music, Grammy, Rolling Stone Readers/Critics Picks จริงๆผมไม่ได้เป็นนักฟังประเภทบ้ารางวัลหรอก แต่ของเจ๊ฮุสนีย์นี่แกคุณภาพดีจริง ทั้งเสียง อารมณ์ การบันทึก อัลบั้มสุดคลาสสิคแบบนี้น่าสะสมมากสำหรับยุคที่เทคโนโลยี่บันทึกเสียง/รีมาสเตอร์ถึงขีดสุดแบบนี้
ดูเหมือนนักร้องเสียงดีนัยน์ตาพี้ แบร์รี่ แมนิโลว์ จะรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองดี แบร์รี่จัดอยู่ในกลุ่มนักร้องนักเขียนเพลงยุค 1970’s ยุคทองของเพลงพ็อป แบร์รี่ถือว่าเป็นหนึ่งในพ่อบานไม่รู้โรยของวงการเพลง ออกอัลบั้มไม่ถี่นักแต่ต่อเนื่อง รู้ตัวว่าเป็นนักร้องขวัญใจแม่บ้านอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน อารมณ์เพลงแต่ละชุดจึงไม่ค่อยต่างกันมากนัก ล่าสุดนี้ก็เช่นเดียวกัน